พุง

อวัยวะคนที่คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการก็น่าจะเป็น พุง เนี่ยแหละเพราะนอกจากจะทำให้เสียบุคลิกภาพ อึดอัด รูปร่างไม่สวยหล่อ ยังเป็นอันตราต่อสุขภาพของเราอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจ และอื่นๆอีกมากมายที่จะมาพร้อมกับ พุง

แล้วแค่ไหนละถึงจะเรียกว่าเป็นคนมี พุง

Visceral Fat หรือ ไขมันในช่องท้อง หรือ พุง ถ้าเอาง่ายๆโดยทั่วไปผู้ชายไม่ควรเกิน 90 ซม. และผู้หญิงไขมันช่องท้องไม่ควรเกิน 80 ซม. หรือจะนำส่วนสูงของตัวเองมาหารสองถ้ารอบเอวเกินกว่าค่าได้ที่ก็จะถือว่ามีพุงแล้ว

ความเชื่อผิดๆที่คิดว่าทำแล้วพุงจะลด

ในปัจจุบัน Internet เข้าถึงได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมากทำให้เกิดข้อมูลข่าวสารที่ไม่ตรงกับหลักความเป็นจริงอยู่มากพอสมควรทำให้เกิดข่าวรือต่างๆนาๆว่ากินโน้นแล้วกินนี้แล้ว หรือว่าอย่างโน้นแล้วทำแบบนี้แล้วพุงจะลดลง แล้วอะไรบ้างละที่เป็นความเชื่อผิดๆที่เห็นกันได้บ่อยๆ

  • การทำดีท็อกซ์ก็ไม่เลว
  • เกร็งหน้าท้องดูสิช่วยได้นะ
  • การดูดไขมัน (จริงแล้วเป็นการดูดไขมันที่ชั้นผิวไม่ได้เป็นการดูดไขมันที่ช่องท้องแต่อย่างใด)
  • หรือจะแม้ทั้งกระทั้งลองออกกำลังกายด้วยซิทอัพดูสิช่วยได้นะ อันนี้ก็ไม่จริงแต่อย่างใด

แล้ววิธีที่ถูกต้องต่อการลดไขมันในช่องท้องคืออะไ

วิธีลดไขมันในช่องท้องมีหลักง่ายๆแค่ 3 วิธีแค่นั้นเองดังนี้

  • การทานอาหาร ส่วนนี้สำคัญมากเราต้องปรับวิธีการเลือกอาหารให้กับตัวเอง พยายามเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดไขมันในช่องท้อง เช่น น้ำตาล น้ำหวาน แอลกอฮอล์ อาหารสำพวกทอด แต่ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ก็ให้พยายามลดๆลงเพื่อที่จะคอยๆปรับตัวให้เขาชีวิตประจำวันของเรา
  • การออกกำลังกายก็มีส่วนแต่อาจะไม่เหตุผลหลักมากนั้น ถ้าให้วัดเป็นเปอเซ็นระหว่างการออกกำลังกายกับปรับเลือกอาหารแล้วก็ ก็คงจะบอกได่ว่า 60/40 การเลือกอาหารมากินนั้น 60 เปอเซ็นเลยที่เดียว และการออกกำลังกายอยู่ที่ 40 เปอเซ็นต่อการทำให้ไขมันในช่องท้องหรือว่า พุง ของคุณลดลง แต่การออกกำลังกายนั้นก็ต้องทำอย่างถูกวิธีด้วย จะได้ไม่เสียแรงและเสียเวลาเปล่า เราควรออกกำลังกายช่วงของ Zone 2 หรือเอาให้เข้าใจง่ายๆก็ที่ใช้แรงน้อยๆ แต่ต้องนานๆ เช่น การเต้นแอโรบิก การเดินชัน เป็นต้น การสร้างกล้ามเนื้อก็มีส่วนเหมือนกันที่จะช่วยให้ไขมันของคุณนั้นหมดไปอย่างรวดเร็วขึ้น เช่นการ เล่นเวทเป็นต้น
  • การพักผ่อนก็มีส่วนสำคัญอยู่เหมือนกันควรจะพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะถ้าหากเราพักผ่อนไม่เพียงพอต่อร่างกายแล้วก็ละจะทำให้เกิดสภาวะเครียดง่ายและเมือเครียดร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเครียดออกมามากกว่าปกติและฮอร์โมนตัวนี้ก็มีผลต่อการสะสมของไขมันในช่องต่ออีกด้วย