คันของลับ

การคันของลับในผู้หญิงนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวมากไปนักสำหรับผู้หญิงซึ่งจะพบได้บ่อยโดยสาเหตุมาที่พบได้บ่อยที่สุดคือมาจากเชื้อรา ซึ่งอาการเหล่านี้เหล่าผู้หญิงไม่ควรละเลยเนื่องจากอาการคันที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น รอบๆหรือบริเวณภายในช่องคลอดก็อาจจะนำไปสู่ปัญหามากมายตามมาได้เช่น ตกขาว มีกลิ่น ระคายเคลือง อักเสบ หรือไปจนถึงกระทั้งโรคร้ายแรงได้เช่น โรคมะเร็ง เป็นต้น ถ้าหากมีอาการคันในบริเวณของลับควรที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันไม่ให้ไม่เกิดอาการบานปลาย

สาเหตุของอาการคัน

อาการคันในบริเวณจุดซ่อนเล้นนั้นพบว่ามีหลากหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคันได้เนื่องด้วยในบริเวณนั้นเป็นบริเวณที่บอบบาง อ่อนโยน ทำให้แพ้และระคายเคืองได้โดยง่าย สาเหตุที่พบบ่อยมากที่สุดคือ เชื้อรา นอกจากนี้อาจจะเกิดจากความอบชื้นจากการใช้ผ้าอนามัยเป็นเวลานาน แพ้น้ำยาซักผ้า

อาการคันที่เกิดจากเชื้อรา

อาการคันที่เกิดจากเชื้อราในบริเวณจุดซ่อนเล้นนั้นพบว่ามีผู้หญิงจำนวนครึ่งหนึ่งเคยเป็นเชื้อราอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต และมีถึง 10 เปอเซ็นที่เป็นเชื้อราบ่อยถึง 4 ครั้ง หรือมากกว่าในต่อปี หากปล่อยโดยไม่ทำการรักษาจนมีอาการตกขาวหรือเป็นน้ำหรือก้อนขาวๆ ควรทำการปรึกษาแพทย์เพื่อรีบทำการรักษาโดยทันทีถ้าหากปล่อยไว้นานจะทำให้บานปลายได้โดยง่าย

กลิ่น

กลิ่นเป็นสิ่งที่หลายคนกังวนโดยปกติแล้วในบริเวณอวัยเพศของผู้หญิงนั้นจะมีกลิ่นเปรี้ยวจางๆที่มาจากเชื้อแบคทีเรียเพื่อป้องกันโรคซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าหากใช้สบู่ที่มีกลิ่นหอมมาทำความสะอาดนั้นอาจจะต้องระวังเรื่องการแพ้ได้และให้ใช้ทำความสะอาดแค่ภายนอกเท่านั้นห้ามล้างเข้าไปถึงภายในช่องคลอดเพราะจะทำให้ เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบและมีกลิ่นมากขึ้น

การดูแลจุดซ่อนเร้นอย่างถูกวิธี

  • เชื้อรามักจะเติมโตได้งายในที่อับชื้น ดังนั้นการที่เราปล่อยให้จุดซ้อนเล้นอับชื้น เช่น การที่เราไม่ค่อยเปลี่ยนผ้าอนามัยในช่วงมีประจำเดือน หรือแม้กระทั้งการออกกำลังกายจนเหงื่อท่วมและปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำความสะอาด สาเหตุเล่านี้อาจจะทำให้เกิดเชื้อราขึ้นได้ง่าย
  • ลดอการกินยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียบ่อยๆ

วิธีการรักษาเชื้อรา

ในปัจจุบันมีการรักษาโดยมีทั้งยารับประทาน ยาทา และยาสอด โดยตัวยาที่ใช้กันและมีผลการศึกษาที่ทางการแพทย์แล้วนั้น เช่น ยาโคลไทรมาโซลที่มีทั้งแบบทาและแบบสอด การใช้ยาทาภายนอกคู่กับยาสอด ในกรณีที่มีอาการติดเชื้อราทั้งภายในและภายนอกจะสามารถช่วยให้ลดการกลับมาเป็นเชื้อราใหม่ได้ด้วยแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่เราจะใช้ยาอะไรนั้นควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชียว

ขอขอบคุณ
ภาพ : iStock